จากอาจารย์ผู้ไม่ถนัด IT สู่การใช้ LoiLoNote: บันทึกการใช้งานจริงจากรั้ว ม.ขอนแก่น
https://scrapbox.io/files/69d61b5d3caed06dfe6dd01f.png
"สารภาพตามตรงค่ะ ตอนแรกดิฉันกังวลว่าจะใช้ไม่เป็น"
อาจารย์วัชระ สุยะลา ผู้สอนวิชาภาษาญี่ปุ่น ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ย้อนนึกถึงความรู้สึกเมื่อครั้งเริ่มใช้ LoiLoNote ใหม่ๆ
"นี่เป็นครั้งแรกที่ดิฉันลองใช้แอปพลิเคชันสนับสนุนการสอนค่ะ กังวลว่ามันจะใช้งานยากไหม ดิฉันจะใช้มันได้คล่องหรือเปล่า บอกตามตรงว่าประหม่าค่ะ"
แต่เมื่อได้ลองใช้งานจริง ความรู้สึกเหล่านั้นก็เปลี่ยนไป
"มันง่ายจนน่าตกใจค่ะ ไม่ต้องเรียนรู้อะไรลึกซึ้งก็ใช้ได้ตามสัญชาตญาณ ต่อให้ไม่มีความรู้ด้าน IT เลยก็คุ้นเคยได้ในทันที" ปัจจุบัน ภาควิชาของอาจารย์วัชระใช้ LoiLoNote กันทั้งแผนก และเลิกใช้เอกสารกระดาษโดยสิ้นเชิง อะไรคือจุดเปลี่ยนและเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง เรามาฟังรายละเอียดกันค่ะ
ก่อนนำมาใช้: กองเอกสารท่วมตัว และชีวิตที่ติดอยู่ในคณะ
ในการสอนภาษาญี่ปุ่น เอกสารประกอบการสอนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ทั้งแบบฝึกหัด การบ้าน และข้อมูลต่างๆ ซึ่งทั้งหมดต้องเตรียมในรูปแบบกระดาษ นำไปถ่ายเอกสาร และแจกจ่าย "ค่าถ่ายเอกสารสูงมากค่ะ แค่เตรียมเอกสารแจกนักเรียนก็เป็นค่าใช้จ่ายที่หนักพอสมควร" ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่การตรวจการบ้านก็ลำบากเช่นกัน "การบ้านที่เป็นกระดาษพกพายาก สุดท้ายดิฉันก็ตรวจได้แค่ที่คณะ เพราะหิ้วกลับบ้านไม่ไหว รู้สึกเหมือนไปไหนไม่ได้เลยค่ะ" แม้จะเคยลองใช้ Google Classroom แต่ก็ไม่ตอบโจทย์การสอนภาษาญี่ปุ่น "มันเขียนด้วยมือไม่ได้ค่ะ ภาษาญี่ปุ่นจำเป็นต้องฝึกเขียนเส้นหนักเบา (Hane/Harai) เพื่อให้จำได้ ซึ่งใน Google Classroom ไม่สามารถฝึกตรงนี้ได้"
หลังนำมาใช้: ค่าถ่ายเอกสารกลายเป็น 0 บาท
หลังจากนำ LoiLoNote มาใช้ บรรยากาศในภาควิชาก็เปลี่ยนไป "ตอนนี้เราไม่ใช้กระดาษในห้องเรียนแล้วค่ะ ทั้งการแจกเอกสารและการส่งงาน ทุกอย่างจบใน LoiLoNote" และผลลัพธ์ของค่าถ่ายเอกสารคือ— "0 บาทค่ะ จากนี้ไปเราจะไม่เสียเงินกับการถ่ายเอกสารอีก" การตรวจการบ้านก็ง่ายขึ้น เห็นได้ทันทีว่าใครส่งแล้วหรือใครยังไม่ส่ง และตรวจได้จากทุกที่ ชีวิตที่เคยถูกผูกมัดไว้กับคณะได้สิ้นสุดลงแล้วค่ะ
ทำไมถึงเหมาะกับการสอนภาษาญี่ปุ่น?
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาจารย์วัชระเลือก LoiLoNote คือ "ฟังก์ชันการเขียนด้วยมือ" "สำหรับนักเรียนที่จะไปเป็นครูในอนาคต ดิฉันอยากให้เขาเขียนตัวอักษรได้ถูกต้องและสวยงาม การฝึกเขียนด้วยดินสอลงในสมุดจึงยังสำคัญ นักเรียนจะใช้วิธีถ่ายรูปสมุดนั้นแล้วส่งผ่าน LoiLoNote ค่ะ" ในส่วนที่ไม่ต้องเคร่งครัดมาก ก็สามารถใช้ปากกาอิเล็กทรอนิกส์เขียนลงไปได้โดยตรง การปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมนี้เองที่ตอบโจทย์การสอนภาษาญี่ปุ่นอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีการใช้งานในรูปแบบอื่นๆ เช่น:
การฝึกสนทนา: นักเรียนช่วยกันคิดบทสนทนา ถ่ายวิดีโอแล้วอัปโหลด เพื่อนำมาเปิดในห้องเรียนและให้เพื่อนๆ ช่วยกันคอมเมนต์
การฝึกฟัง: สามารถปรับความเร็วเสียงได้ ทำให้ฝึก Shadowing ได้ง่ายขึ้น
การฝึกอ่าน: แยกบทความยาวๆ ออกเป็นส่วนๆ แล้วให้นักเรียนเรียงลำดับให้ถูกต้อง เพื่อฝึกทักษะความเข้าใจลำดับเรื่องราว
เสียงจากนักเรียน
ปฏิกิริยาของนักเรียนเป็นอย่างไรบ้าง? "นักเรียนบอกว่าเหมือนรวมหลายแอปไว้ในที่เดียวค่ะ ทั้งเช็กเอกสาร ส่งงาน แชร์วิดีโอ ทุกอย่างครบจบในแอปเดียว บางคนบอกว่า 'เพิ่งเคยเจอแอปที่ใช้ง่ายขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลย'" บรรยากาศในห้องเรียนก็เปลี่ยนไป "นักเรียนดูสนุกและกระตือรือร้นในการมีส่วนร่วมค่ะ"
การใช้งานนอกมหาวิทยาลัย
อาจารย์ไม่เพียงใช้แค่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังใช้ในการนิเทศการฝึกสอนด้วย "ดิฉันให้คุณครูที่โรงเรียนฝึกสอนเข้าร่วมด้วย เพื่อทำการสะท้อนคิด (Reflection) ร่วมกัน ทุกคนบอกว่าเป็นระบบที่เข้าใจง่ายและใช้งานสะดวกมากค่ะ"
ถึงผู้ที่ยังลังเลใจ
สุดท้าย อาจารย์มีข้อความถึงผู้ที่กำลังพิจารณานำไปใช้ "ไม่ต้องลังเลค่ะ มันคุ้มค่าเกินราคาที่จ่ายไปแน่นอน" อาจารย์วัชระยืนยันด้วยความมั่นใจ "จากการใช้งานมาหลายปี ดิฉันมั่นใจว่าถ้ามี LoiLoNote ห้องเรียนจะสนุกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระดับประถม มัธยม หรือมหาวิทยาลัย ก็ใช้ได้ทั้งนั้นค่ะ"
สรุป:
สิ่งที่เปลี่ยนไปใน ม.ขอนแก่น
ก่อนนำมาใช้             หลังนำมาใช้
ค่าถ่ายเอกสารสูงมาก          ค่าถ่ายเอกสาร 0 บาท
ตรวจการบ้านได้เฉพาะที่คณะ       ตรวจจากที่ไหนก็ได้
Google Classroom เขียนด้วยมือไม่ได้  รองรับการฝึกเขียนด้วยมือ
ยุ่งอยู่กับการจัดการกระดาษ       เลิกใช้กระดาษ
โดยสิ้นเชิงการเรียนการสอนเป็นแบบตั้งรับ  นักเรียนมีส่วนร่วมอย่างสนุกสนาน